บอลสเต็ปคืออะไร วิธีเล่นบอลสเต็ปให้ได้เงินสำหรับมือใหม่
เชื่อไหมว่าการทายผลบอลหลายคู่พร้อมกันในโพยเดียวอาจเปลี่ยนเงินหลักสิบให้กลายเป็นหลักหมื่นได้ในคืนเดียว นั่นคือหัวใจของ บอลสเต็ป ที่ให้คุณนำผลการแข่งขันตั้งแต่สองคู่ขึ้นไปมาต่อกันเป็นชุดเดียว โดยเงินรางวัลจะทบต้นทบดอกตามจำนวนคู่ที่ทายถูกทั้งหมด แต่ถ้าพลาดแม้เพียงคู่เดียวก็เสียเงินทั้งชุด ดังนั้นการเลือกคู่ที่มั่นใจและบริหารเงินอย่างมีสติจึงช่วยให้คุณสนุกกับบอลสเต็ปได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
รู้จักบอลสเต็ปคืออะไร ทำไมมือใหม่ควรเริ่มจากรูปแบบนี้
บอลสเต็ปคือการแทงบอลหลายคู่พร้อมกันในบิลเดียว โดยต้องทายผลถูกทุกคู่จึงจะชนะ มือใหม่ควรเริ่มจากรูปแบบนี้เพราะใช้เงินเดิมพันน้อยแต่ได้ผลตอบแทนสูง ช่วยฝึกวิเคราะห์หลายแมตช์ในเวลาเดียวกัน และเรียนรู้การจัดการความเสี่ยงจากจำนวนคู่ที่เลือก บอลสเต็ปยังเปิดโอกาสให้ทดลองกลยุทธ์ต่างๆ โดยไม่ต้องลงทุนมาก ทำให้เข้าใจธรรมชาติของการเดิมพันฟุตบอลได้เร็วขึ้น รู้จักบอลสเต็ปคืออะไรจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่มือใหม่ควรศึกษาเพื่อสร้างประสบการณ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป
ความหมายของบอลสเต็ปในภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุด
พูดง่าย ๆ บอลสเต็ปคือการเดิมพันหลายคู่พร้อมกันในบิลเดียว โดยผู้เล่นต้องทายผลทุกคู่ให้ถูกทั้งหมด จึงจะได้เงินรางวัลรวม แต่ถ้าคู่ใดคู่หนึ่งทายผิด ในบิลนั้นก็ถือว่าเสียเงินทั้งหมดทันที ลักษณะนี้ทำให้บอลสเต็ปเป็นการรวมความเสี่ยงของหลายคู่เข้าด้วยกัน จำนวนคู่ยิ่งมาก โอกาสทายถูกทั้งหมดก็ยิ่งลดลง แต่ผลตอบแทนก็จะทวีคูณตามจำนวนคู่ที่เลือก ดังนั้นความหมายของบอลสเต็ปจึงอยู่ที่การแลกความเสี่ยงที่สูงขึ้นกับผลตอบแทนที่มากขึ้นในบิลเดียว
บอลสเต็ปหมายถึงการรวมหลายคู่ไว้ในบิลเดียว ต้องถูกทุกคู่จึงได้เงิน ผิดเพียงคู่เดียวก็เสียทั้งบิล
ข้อแตกต่างระหว่างบอลสเต็ปกับบอลเดี่ยวที่ต้องรู้ก่อนแทง
ความต่างหลักระหว่างบอลสเต็ปกับบอลเดี่ยวคือจำนวนคู่ที่ต้องทายถูกในบิลเดียว บอลเดี่ยวทายคู่เดียวจบ ผิดก็เสียเงินทันที ส่วนข้อแตกต่างระหว่างบอลสเต็ปกับบอลเดี่ยวที่ต้องรู้ก่อนแทงคือบอลสเต็ปต้องทายถูกทุกคู่พร้อมกันจึงได้เงิน ยิ่งเลือกหลายคู่ เงินรางวัลทบมากขึ้น แต่โอกาสผิดก็เพิ่มตามจำนวนคู่แบบทวีคูณ บอลเดี่ยวควบคุมความเสี่ยงง่ายกว่าเพราะผิดคู่เดียวก็รู้ผลทันที มือใหม่จึงควรเริ่มจากบอลเดี่ยวหรือสเต็ปสองคู่ก่อน
ถาม: บอลสเต็ปกับบอลเดี่ยวต่างกันอย่างไร? ตอบ: บอลเดี่ยวทายคู่เดียว ผิดคู่เดียวเสียเงิน แต่บอลสเต็ปต้องทายถูกทุกคู่จึงได้รางวัลทบตามจำนวนคู่
ทำไมการแทงหลายคู่พร้อมกันถึงได้เงินมากกว่าที่คิด
การแทงหลายคู่พร้อมกันในบอลสเต็ปทำให้เงินเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เพราะราคาต่อรองของแต่ละคู่จะถูกนำมาคูณกันทั้งหมด ไม่ใช่บวกกันแบบแทงเดี่ยว เช่น แทง 3 คู่ที่ราคา 1.80 เท่ากัน จะได้เงินรวม 1.80 × 1.80 × 1.80 = 5.83 เท่า ไม่ใช่ 3 เท่า เมื่อเริ่มต้นด้วยเงินเพียง 100 บาท ผลตอบแทนอาจสูงถึง 583 บาท หากเข้าทุกคู่ ขั้นตอนคือ 1) เลือกคู่ที่มั่นใจ 2) คูณราคารวม 3) ดูว่ายอดจ่ายเพิ่มขึ้นเร็วกว่าจำนวนคู่ที่เพิ่ม
วิธีคำนวณเงินรางวัลและราคาต่อรองแบบคูณรวม
การคิดเงินบอลสเต็ปแบบคูณรวม เริ่มจากนำราคาต่อรองของทุกคู่ที่เลือกมาคูณกันทั้งหมด เช่น แทง 3 คู่ ราคา 1.80 x 1.90 x 2.00 จะได้อัตราคูณรวมเท่ากับ 6.84 จากนั้นนำยอดเดิมพันไปคูณกับอัตราคูณรวมนี้ ก็จะได้เงินรางวัลที่จะได้รับจริง ถ้ามีคู่ใดชนะครึ่งเดียว ต้องปรับราคาคู่นั้นเป็น (ราคา+1)/2 ก่อนนำไปคูณ ส่วนคู่ที่เสมอจะคิดเป็นราคา 1.00 แทน ทำให้วิธีคำนวณเงินรางวัลและราคาต่อรองแบบคูณรวมเปลี่ยนไปตามผลของแต่ละคู่ในบิลนั้น
สูตรคิดเงินบอลสเต็ปด้วยตัวเองแบบไม่ต้องพึ่งเว็บ
การคำนวณเงินรางวัลบอลสเต็ปด้วยตัวเองเริ่มจากนำสูตรคิดเงินบอลสเต็ปด้วยตัวเองแบบไม่ต้องพึ่งเว็บมาปรับใช้ โดยแปลงราคาต่อรองแบบเอเชียนแฮนดิแคปให้เป็นทศนิยมก่อน จากนั้นนำผลคูณของทุกคู่มาคูณกับเงินเดิมพันต้นทุน ตัวอย่างเช่น ราคา 1.85, 2.00 และ 1.95 จะได้ 1.85 × 2.00 × 1.95 = 7.215 แล้วคูณด้วย 100 บาท เป็น 721.50 บาท หากมีคู่ที่ได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง ต้องปรับสูตรแยกกรณีเพื่อให้ยอดรวมแม่นยำ เทคนิคนี้ช่วยให้ตรวจสอบผลตอบแทนได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดเว็บคำนวณ
ราคาต่อรองแต่ละรูปแบบส่งผลต่อยอดเงินอย่างไร
ราคาต่อรองแต่ละรูปแบบส่งผลต่อยอดเงินในบอลสเต็ปโดยตรงผ่านตัวคูณที่นำไปคูณรวมกัน ราคาต่อรองแต่ละรูปแบบส่งผลต่อยอดเงินอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกคู่ที่ราคาเป็นบวกหรือลบ ราคาบวกเช่น 1.90 จะคูณเงินต้นทันที ส่วนราคาลบเช่น -0.85 ต้องแปลงเป็นทศนิยมก่อนคูณ หากราคาเป็นลบ ระบบจะคำนวณเงินได้น้อยกว่าที่เห็นเพราะต้องหารด้วยอัตราส่วนที่แท้จริง ยิ่งราคาสูงหรือติดลบมาก ตัวคูณรวมยิ่งเปลี่ยนไป ทำให้เงินรางวัลสุดท้ายต่างกันชัดเจน
- ราคาบวก (เช่น 0.95) คูณตรงกับเงินต้น
- ราคาลบ (เช่น -0.90) ต้องแปลงเป็น 1.90 ก่อนคูณ
- ราคาสูงหลายคู่ทำให้ยอดรวมพุ่งแต่ความเสี่ยงเพิ่ม
- ราคาต่ำหรือติดลบหนักทำให้ยอดรวมลดลง
ตัวอย่างการคำนวณจริงจาก 3 คู่ ถึง 5 คู่
ลองดูตัวอย่างการคำนวณจริงจาก 3 คู่ ถึง 5 คู่ในบอลสเต็ปแบบเห็นภาพทันที สมมติเดิมพัน 100 บาท เลือก 3 คู่ที่ราคา 1.80, 1.90 และ 2.00 เอามาคูณกันได้ 6.84 แล้วคูณทุน 100 จะได้เงินรางวัลรวม 684 บาท หากเพิ่มเป็น 4 คู่ที่ราคา 1.75, 1.85, 1.95, 2.10 ผลคูณคือ 13.24 รับ 1,324 บาท และถ้าเล่น 5 คู่ที่ราคา 1.70, 1.80, 1.90, 2.00, 2.20 ผลคูณพุ่งไป 25.56 รับ 2,556 บาท จะเห็นว่ายิ่งเพิ่มคู่ เงินรางวัลยิ่งทบขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ก็แลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกัน
- 3 คู่ ราคา 1.80 × 1.90 × 2.00 = 6.84 เท่า ทุน 100 รับ 684 บาท
- 4 คู่ ราคา 1.75 × 1.85 × 1.95 × 2.10 = 13.24 เท่า ทุน 100 รับ 1,324 บาท
- 5 คู่ ราคา 1.70 × 1.80 × 1.90 × 2.00 × 2.20 = 25.56 เท่า ทุน 100 รับ 2,556 บาท
- สังเกตว่าเพิ่มเพียง 1 คู่ ราคาใกล้เคียง 1.80–2.20 ทำให้ผลคูณและเงินรางวัลเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
กติกาสำคัญที่ทำให้สเต็ปได้หรือเสียทั้งใบ
ในบอลสเต็ป ทุกคู่ที่เลือกต้องถูกทั้งหมดถึงจะได้เงิน ถ้ามีคู่ใดคู่หนึ่งเสียเต็ม หรือแม้แต่เสมอครึ่งเดียว สเต็ปทั้งใบจะเสียทันที ไม่มีการทดแทนหรือถัวเฉลี่ย เพราะระบบคิดแบบทบต้นจากทุกคู่รวมกัน ดังนั้นการเลือกคู่ที่มั่นใจสูงจึงสำคัญมาก
ถามว่า: ถ้าคู่หนึ่งถูกครึ่งเดียวจะรอดไหม? ตอบ: รอดเฉพาะกรณีได้ครึ่งหรือเสียครึ่ง ซึ่งจะไปปรับราคาคู่นั้นให้เหลือครึ่งเดียว แต่ถ้าเสียเต็มหรือเสมอครึ่ง สเต็ปนั้นจบเลยทันที
จำนวนคู่ขั้นต่ำและสูงสุดที่สามารถเลือกแทงได้
ปกติแล้ว จำนวนคู่ขั้นต่ำและสูงสุดที่สามารถเลือกแทงได้ ในบอลสเต็ปจะอยู่ที่ 2 คู่ขึ้นไปถึงประมาณ 12–15 คู่ แล้วแต่เว็บ แต่บางที่ก็รับสูงสุด 10 คู่เท่านั้น ถ้าเลือกน้อยกว่า 2 คู่จะไม่ถือเป็นสเต็ป ส่วนการเลือกเยอะเกินไปจะทำให้ความเสี่ยงสูงมาก เพราะถ้าแพ้แค่คู่เดียวก็เสียทั้งใบเลย ยิ่งจำนวนคู่มาก โอกาสถูกก็ยิ่งลดลงแบบทวีคูณ ดังนั้นควรเลือกจำนวนคู่ให้พอดีกับความมั่นใจและเงินทุนที่มี อย่าโลภเลือกเยอะเกินไป
เงื่อนไขการได้เงินเมื่อมีคู่ใดคู่หนึ่งถูกยกเลิก
เมื่อคู่ใดคู่หนึ่งในบอลสเต็ปถูกยกเลิกdue toเหตุสุดวิสัย การคิดเงินจะเปลี่ยนทันที โดยระบบจะตัดคู่นั้นออกจากสเต็ปแล้วคำนวณจากคู่ที่เหลือทั้งหมด นี่คือเงื่อนไขการได้เงินเมื่อมีคู่ใดคู่หนึ่งถูกยกเลิกที่นักเดิมพันต้องรู้ ก่อนอื่นให้ตรวจสอบว่าคู่ที่ถูกยกเลิกส่งผลต่อราคาบอลอย่างไร
- คู่นั้นจะถูกนับเป็นโมฆะและถอดออกจากสเต็ป
- นำคู่ที่เหลือมาคูณราคาต่อรองตามปกติ
- หากเหลือเพียงคู่เดียว เงินรางวัลจะคิดแบบบอลเดี่ยวทันที
ดังนั้นสเต็ปยังมีสิทธิ์ได้เงินครบถ้วนจากคู่ที่ยังคงอยู่ ไม่ถือว่าเสียทั้งใบ เพียงแต่อัตราจ่ายอาจลดลงตามจำนวนคู่ที่เหลือ
ทำไมเลือกผิดเพียงคู่เดียวถึงเสียเงินทั้งหมด
ในบอลสเต็ป เงินเดิมพันทั้งหมดจะถูกรวมเป็นสเต็ปเดียวที่ต้องชนะครบทุกคู่ การเลือกผิดเพียงคู่เดียว จึงทำให้สเต็ปทั้งใบเป็นโมฆะทันที เพราะระบบคิดผลจากทุกคู่ที่เลือกไว้พร้อมกัน ไม่ใช่แยกจ่ายรายคู่ เมื่อคู่ใดแพ้ เงื่อนไขการชนะทั้งชุดถือว่าไม่ครบถ้วน เงินที่ลงไปจึงเสียทั้งหมดแม้อีกหลายคู่จะชนะก็ตาม ผู้เล่นจึงต้องยอมรับว่าความเสี่ยงไม่ได้กระจายตามจำนวนคู่ แต่ผูกขาดอยู่ที่คู่ที่อ่อนที่สุดในสเต็ป
ถาม: ทำไมเลือกผิดเพียงคู่เดียวถึงเสียเงินทั้งหมด
ตอบ: เพราะผลของสเต็ปต้องชนะครบทุกคู่พร้อมกัน คู่ที่แพ้เพียงคู่เดียวทำให้เงื่อนไขทั้งใบไม่สำเร็จ
เทคนิคเลือกคู่บอลสเต็ปให้มีโอกาสถูกสูงขึ้น
การเลือกคู่บอลสเต็ปให้ถูกสูงเริ่มจากโฟกัส เทคนิคเลือกคู่บอลสเต็ป ที่เน้นแมตช์ชัดเจน อย่างทีมใหญ่เจอทีมท้ายตาราง หรือเจ้าบ้านที่ฟอร์มดีติดกันหลายนัด หลีกเลี่ยงคู่ที่ราคาต่อรองแปลก ๆ หรือลีกที่ไม่คุ้นเคย เพราะยิ่งเสี่ยงสูงโอกาสพลาดยิ่งมาก ควรจำกัดสเต็ปไว้ 3–4 คู่พอ ไม่โลภเยอะ แล้วเลือกตลาดที่เข้าใจง่ายเช่น 1×2 หรือสูงต่ำ และเช็กสถิติก่อนแข่งเสมอ ทั้งฟอร์มล่าสุด การเจอกันตรงหน้า และตัวเจ็บ แค่นี้ก็เพิ่ม โอกาสถูกบอลสเต็ป ได้จริงแบบไม่ต้องเดาสุ่ม
วิธีจัดลำดับความมั่นใจก่อนใส่คู่ลงสเต็ป
ก่อนจัดสเต็ป ควรให้คะแนนความมั่นใจแต่ละคู่ตั้งแต่ 1–5 ดาว โดยดูจากฟอร์มทีม สถิติเจอกัน สภาพความพร้อมนักเตะ และแรงจูงใจในการแข่งขัน คู่ที่ได้ 5 ดาวให้เป็นแกนหลักของสเต็ป ส่วนคู่ที่ได้ต่ำกว่า 3 ดาวควรตัดออกหรือลดจำนวนคู่รวม เพื่อไม่ให้ความเสี่ยงทบกัน วิธีจัดลำดับความมั่นใจก่อนใส่คู่ลงสเต็ป ที่ได้ผลคือจัดกลุ่ม A B C แล้วเลือกเฉพาะกลุ่ม A ใส่สเต็ปหลัก หรือถ้าจะผสมก็ใช้กลุ่ม B แค่ 1 คู่เท่านั้น
ถาม: วิธีจัดลำดับความมั่นใจก่อนใส่คู่ลงสเต็ป ทำง่าย ๆ ยังไง?
ตอบ: ให้คะแนน 1–5 ดาวจากข้อมูลจริง จัดกลุ่ม A B C แล้วเลือกใส่เฉพาะคู่คะแนนสูงสุดก่อนเสมอ
การเลือกคู่จากลีกที่วิเคราะห์ง่ายและข้อมูลครบ
การเลือกคู่จากลีกที่วิเคราะห์ง่ายและข้อมูลครบเป็นหัวใจของเทคนิคเลือกคู่บอลสเต็ปให้มีโอกาสถูกสูงขึ้น เพราะลีกที่มีข้อมูลเปิดเผยสม่ำเสมอทั้งสถิติการยิงประตู การครองบอล และฟอร์มนักเตะตัวจริง ช่วยให้ประเมินรูปเกมได้แม่นยำกว่าลีกที่ข้อมูลกระจัดกระจาย การเลือกลีกที่วิเคราะห์ง่ายจึงลดความไม่แน่นอนของสเต็ปได้จริง ผู้เล่นควรเน้นลีกระดับกลางที่ทีมมีสไตล์ชัดเจนและปฏิทินแข่งไม่หนาแน่นเกินไป ข้อมูลที่ครบถ้วนยังทำให้เห็นแนวโน้มผลสกอร์ซ้ำ ๆ ซึ่งนำมาต่อยอดเป็นตัวเลือกในบิลสเต็ปได้อย่างมีเหตุผล
ข้อผิดพลาดยอดนิยมของมือใหม่ที่ทำให้สเต็ปแตก
ข้อผิดพลาดยอดนิยมของมือใหม่ที่ทำให้สเต็ปแตกคือการเลือกคู่บอลจากลีกที่ไม่คุ้นเคยเพียงเพราะอัตราต่อรองสูง โดยไม่วิเคราะห์ฟอร์มจริงหรือสถิติย้อนหลัง อีกทั้งมักใส่คู่ที่มั่นใจน้อยเกินไปในบิลเดียวเพื่อเพิ่มจำนวนคู่ ทำให้ความเสี่ยงทวีคูณ นอกจากนี้หลายคนไม่ตรวจสอบข่าวผู้เล่นบาดเจ็บหรือการเปลี่ยนตัวก่อนเดิมพัน และชอบเปลี่ยนคู่ที่เลือกไว้เดิมซ้ำ ๆ เพราะอารมณ์ชั่ววูบ ส่งผลให้สเต็ปพังตั้งแต่นัดแรก แทนที่จะเริ่มจากสเต็ปเล็กและกระจายความเสี่ยงอย่างมีระบบ
มือใหม่มักเลือกคู่ตามอัตราต่อรองสูงโดยไม่วิเคราะห์ ใส่คู่ที่มั่นใจน้อยเกินไป และเปลี่ยนตัวเลือกตามอารมณ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้สเต็ปแตก
คำถามที่พบบ่อยสำหรับคนเริ่มเล่นสเต็ป
คำถามที่พบบ่อยสำหรับคนเริ่มเล่นสเต็ปในบอลสเต็ปมักเริ่มจากจำนวนคู่ขั้นต่ำ ซึ่งปกติอยู่ที่ 2-3 คู่ขึ้นไป บอลสเต็ป ต้องทายถูกทุกคู่จึงจะได้เงิน ถ้าผิดคู่เดียวถือว่าบิลเสียทั้งใบ ผู้เริ่มเล่นควรถามเรื่องเงินเดิมพันขั้นต่ำและวิธีคิดราคาต่อรองแบบคูณกัน การเลือกคู่ที่มั่นใจน้อยเกินไปจะเพิ่มความเสี่ยงแบบทบทวี อีกคำถามคือควรเริ่มจากกี่คู่ คำตอบคือเริ่ม 2-3 คู่ก่อนเพื่อคุมความเสี่ยง และควรถามเรื่องการยกเลิกคู่กรณีแมตช์เลื่อน เพราะมีผลต่อการคิดผลบิลสเต็ปโดยตรง
แทงขั้นต่ำเท่าไหร่ถึงจะคุ้มกับจำนวนคู่ที่เลือก
การเลือก แทงขั้นต่ำเท่าไหร่ถึงจะคุ้มกับจำนวนคู่ที่เลือก ต้องพิจารณาจากโอกาสชนะที่ลดลงตามจำนวนคู่ ยิ่งเลือกมากคู่ ความน่าจะเป็นที่ทุกคู่จะถูกต้องยิ่งต่ำลง ดังนั้นเงินเดิมพันขั้นต่ำควรสูงพอที่จะชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น หากเลือก 3–4 คู่ เงินขั้นต่ำ 10–20 บาทอาจเพียงพอต่อการทดลอง แต่ถ้าเลือก 6 คู่ขึ้นไป ควรเพิ่มเป็น 50–100 บาท เพื่อให้ผลตอบแทนที่ได้คุ้มกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
จำนวนคู่ที่เลือกมากขึ้น ต้องใช้เงินเดิมพันขั้นต่ำที่สูงขึ้นเพื่อให้ผลตอบแทนคุ้มกับความเสี่ยง
ควรเล่นสเต็ปกี่คู่จึงจะสมดุลระหว่างความเสี่ยงกับกำไร
สำหรับมือใหม่ที่ถามว่าควรเล่นสเต็ปกี่คู่จึงจะสมดุลระหว่างความเสี่ยงกับกำไร คำตอบที่ใช้งานได้จริงคือ 2 ถึง 3 คู่ เพราะจำนวนคู่น้อยทำให้โอกาสถูกรวมสูงขึ้น ขณะที่อัตราจ่ายยังน่าสนใจกว่าเล่นเดี่ยว ส่วน 4 คู่ขึ้นไปผลตอบแทนพุ่งแต่ความเสี่ยงทบต้นแบบทวีคูณ การเลือกจำนวนคู่สเต็ปที่สมดุล จึงขึ้นกับความมั่นใจในแต่ละคู่มากกว่าตัวเลขคงที่ แม้ 3 คู่จะดูสมดุลที่สุด แต่ถ้าคู่ใดมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ การลดเหลือ 2 คู่จะปลอดภัยกว่าการฝืนเล่น 3 คู่เท่ากัน เริ่มจาก 2 คู่ก่อน แล้วขยับเป็น 3 คู่เมื่อวิเคราะห์แม่นขึ้น จึงคุมความเสี่ยงและกำไรได้จริง
สรุปคือ 2 ถึง 3 คู่คือช่วงที่สมดุลที่สุดสำหรับมือใหม่ โดยเริ่มจาก 2 คู่ก่อนและเพิ่มเป็น 3 คู่เมื่อมั่นใจขึ้น
ต่างจากบอลชุดตรงไหน และแบบไหนเหมาะกับมือใหม่มากกว่า
หลายคนสงสัยว่าบอลสเต็ปต่างจากบอลชุดตรงไหน จริง ๆ แล้ว บอลสเต็ปกับบอลชุดคือสิ่งเดียวกัน แค่เรียกต่างกันตามแต่ละเว็บ บอลชุดคือการเลือกหลายคู่มาคูณกันตั้งแต่ 2 คู่ขึ้นไป ยิ่งเลือกเยอะ ราคาคูณยิ่งสูง แต่โอกาสถูกก็ลดลงด้วย สำหรับมือใหม่ แทงบอลออนไลน์ แนะนำเริ่มจากสเต็ป 2-3 คู่ก่อน เพราะความเสี่ยงน้อยกว่าและยังได้กำไรดีกว่าบอลเดี่ยว เลือกคู่ที่มั่นใจจริง ๆ ไม่ต้องเยอะ แล้วค่อยอัปจำนวนคู่เมื่อเริ่มชำนาญ